เคล็บ(ไม่)ลับ ฝึกตัวเองให้เป็นคน ประสบความสำเร็จ อย่างง่ายๆ

"ประสบความสำเร็จ" ประโยคที่หลายๆคน ใฝ่ฝันถึง แต่ ไปไม่ถึง กันสักที แต่ไม่เป็นไร ผมจะมากบอกวิธีที่จะช่วยฝึกคุณ
ให้เป็นคนที่เข้าไกล้ ความสำเร็จอย่างที่คุณฝันไว้  เรียกว่า เป็นวิธีแบบอัตโนมัติครับ เพียงแค่ใช้เวลาเซทค่าสักหน่อย

Success Man



เขียนเป้าหมายให้ชัดเจน จับต้องได้!
ที่ผมบอกว่าเขียนเป้าหมาย ไม่ได้แปลว่าต้อง เขียน ลงกระดาษ นะครับ เพราะนั่นมันอาจจะไม่เห็นภาพชัดเจนเท่าไหร่
แต่คุณอาจจะกำหนดให้สิ่งรอบข้าง ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคุณ เป็นเป็นเป้าหมาย(ที่จับต้องได้) แล้วมันจะคอยเตือนคุณอยู่เสมอว่าคุณจะต้องทำอะไร
เช่น อยากได้รถ ก็หาโมเดลรถมาตั้งไว้บนหัวเตียงซะ
อยากได้บ้านสวยๆบ้านในฝัน ก็หาโมเดลบ้านมาตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน
สิ่งของเหล่านี้จะช่วยย้ำเตือนถึงเป้าหมายของคุณได้ดีทีเดียว

พูดแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์
การพูดแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์ เป็นประจำ จะช่วยทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีประโยชน์ แล้วสมองคุณก็จะสั่งตัวคุณว่า
เราจะต้องทำอะไรทีมันเป็นประโยน์อยู่เสมอ เป็นจิตวิทยาเบื้องต้นง่ายๆครับ แค่นี้ชีวิตคุณก็จะยกระดับขึ้นเรื่อยๆแล้ว
ส่วนไอเรื่องไร้สาระ สัปรังเค อย่าไปพูดให้มันมากนักเลยครับ ไม่มีอะไรดี ต่อใครเลย มีแต่เสียทั้งนั้น

อยู่ในหมู่คนคิดใหญ่
อันนี้ก็คล้ายๆกับข้อ 2 ครับ แต่เห็นได้ชัดเจนกว่า คุณลอง ไล่ชื่อเพื่อนสนิทๆของคุณ หรือคนที่มีเวลาอยู่กับคุณมากๆ มาสัก 5-7 คนดูสิครับ (พ่อ-แม่ก็นับนะ)
แล้วลองมาคิดดูดีๆสิว่าเค้าเหล่านั้นเป็นคนที่มความคิดยังไง? วันๆเขาทำอะไร? (อย่าคิดเข้าข้างตัวเองนะ) ถ้าเกิดเป็นพวกคนที่มีระดับความคิด แนวๆ Low Level ละก็
ต้องมานั่งทบทวนแล้วละครับ ว่าอยู่ไกล้คนๆเหล่านี้ชีวิตคุณจะดีขึ้นรึเปล่า

อย่าใส่ใจกับสิ่งรอบตัวมากเกินไป
การที่เราไม่ใส่ใจกับสิ่ง หรือเหตุการณ์เล็กน้อยๆในชีวิตประจำวัน นั้นเป็นเครื่องบ่งบอกว่าคุณมีพื้นฐานชีวิตดีกว่าคนทั่วไปแล้วละครับ เปรียบเสมือนสันดานผู้ดีก็ว่าได้
เช่น หากคุณกำลังทานข้าวอยู่ในร้านอาหารหรูๆ คุณจะสังเกตุได้ว่า หากมีพนักงานเสิร์ฟทำแก้วน้ำตกแตก หรือ ถาดอาหารหล่น บรรยากาศแทบจะไม่มีการเปลี่ยนไปเลย
เพราะคนระดับนี้เขารู้ดีว่า เรื่องเหล่านี้เป้นเพียงเรื่องเล็กน้อย เกินกว่าความจำเป้นที่จะต้องใส่ใจของเขา
แต่ ลองเป็นร้านอาหารทั่วไปดูสิครับ ถ้าเป็นกรณ์เด็กเสิร์ฟแบบเดียวกัน ก็คงจะมีคนอุทานออกมาต่างๆนาๆ
"อุ๊ยย ตายแล้วว!" (แก้วตกเฉยๆ พ่องตายรึไง)
แล้วชั่วพริบตาก็จะเรื่มมีสายตาจับจ้องมาที่เด็กเสิร์ฟผู้โชคร้ายคนนั้น (ผมว่าคงโครตรู้สึกไม่ดีอะ)
แล้วแต่ละโต๊ะก็จะเริ่มนินทาจอแจกัน
"ซุ่มซ่ามจริงๆเลยนะ"
"เธอว่า เค้าจะถูกไล่ออกไหมนะ"
บลาาา บลาาา บลาา................
ผมเชื่อว่าคุณมองออกถึงความแตกต่างนะครับ เพราะงั้น อย่าไปใส่ใจให้มันมากนัก

Nornear